นนทบุรี คลิประทึก! เรือหาเสียงวกกลับช่วยชาวบ้านจมน้ำ หลังกระโดดเก็บมือถือ ขาติดตาข่ายใต้น้ำหวิดดับ

นนทบุรี คลิประทึก! เรือหาเสียงวกกลับช่วยชาวบ้านจมน้ำ หลังกระโดดเก็บมือถือ ขาติดตาข่ายใต้น้ำหวิดดับ

นนทบุรี – โลกออนไลน์แชร์คลิปเหตุการณ์สุดระทึก ขณะทีมงานลงเรือหาเสียงผ่านพื้นที่ ก่อนสังเกตเห็นชาวบ้านกำลังจะจมน้ำ จึงรีบวกเรือกลับเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หลังผู้ประสบเหตุถูกเชือกและตาข่ายใต้น้ำรัดขา ดิ้นรนจนหมดแรง เกือบเอาชีวิตไม่รอด



จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ช่วยชีวิตชาวบ้านที่พลัดตกน้ำ ท่ามกลางสถานการณ์โกลาหล โดยในคลิปปรากฏภาพชายคนหนึ่งอยู่ในสภาพอิดโรยใกล้หมดแรง ขณะมีพลเมืองดีอีกคนพยายามเข้าช่วย แต่เริ่มอ่อนแรงและเสี่ยงจะจมน้ำไปด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวโซเชียลและถูกแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถาม นายพลวัตร บรรดาศักดิ์ หรือ “อดีต สจ.บอย” เบอร์ 2 พรรคพลังประชารัฐ ผู้โพสต์คลิป เล่าว่า ขณะตนและทีมงานกำลังลงเรือหาเสียงในพื้นที่ ได้ขับเรือผ่านจุดเกิดเหตุไปแล้ว แต่สังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของคนในน้ำและผู้ที่กำลังช่วยเหลือ จึงตัดสินใจให้คนขับเรือวกกลับไปตรวจสอบทันที



เมื่อเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ พบว่าชายที่อยู่ในน้ำถูกเชือกและตาข่ายดักปลาใต้น้ำพันรัดขาไว้ ทำให้ไม่สามารถขึ้นจากน้ำได้ อีกทั้งยังเผลอดึงผู้ที่เข้าช่วยให้เสี่ยงจมน้ำไปด้วย แม้เรือไม่สามารถเข้าใกล้ฝั่งได้มากนัก เนื่องจากมีแนวทุ่นและเครื่องมือประมงกีดขวาง แต่ทีมงานพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จนสามารถนำผู้ประสบเหตุขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

นายพลวัตรยอมรับว่า ขณะนั้นเตรียมถอดรองเท้าเพื่อจะกระโดดลงไปช่วยแล้ว แต่โชคดีที่สามารถดึงตัวขึ้นมาได้ทันโดยไม่ต้องเสี่ยงลงน้ำ พร้อมเล่าเพิ่มเติมว่า เดิมทีตั้งใจหาเสียงทางรถ แต่ก่อนออกเดินทางได้แวะกราบพระอาจารย์อ๊อด วัดหูช้าง ซึ่งแนะนำให้ลองไปทางเรือในวันนั้น ทำให้เปลี่ยนแผน และบังเอิญได้ช่วยชีวิตชาวบ้านไว้ได้ถึง 2 ราย



ด้าน นายวรายุทธ กองวงษ์ อายุ 35 ปี ผู้ประสบเหตุ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนลงไปตกกุ้งบริเวณโป๊ะในชุมชนท่าอิฐ ใกล้วัดแดงธรรมชาติ ระหว่างนั้นมีเรือแล่นผ่านทำให้เสียหลัก โทรศัพท์มือถือกระเด็นตกน้ำ จึงตัดสินใจกระโดดลงไปงมหา แต่กลับถูกเชือกและตาข่ายใต้น้ำพันรัดขาไว้ จนไม่สามารถขึ้นมาได้ ต้องร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ

ต่อมา นายพิสุทธิ์ สุขรอบ อายุ 45 ปี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ได้เข้าช่วยดึงร่างให้ศีรษะพ้นน้ำ แต่แรงไม่พอและเกือบถูกดึงจมน้ำไปด้วย จนกระทั่งทีมเรือหาเสียงผ่านมาพอดีและเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา นายวรายุทธยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การสร้างคอนเทนต์ เพราะไม่มีใครเอาชีวิตมาเสี่ยงเช่นนี้ และถือว่าโชคดีที่รอดชีวิต รวมถึงสามารถนำโทรศัพท์มือถือกลับขึ้นมาได้

ขณะที่นายพิสุทธิ์ พลเมืองดีที่เข้าช่วย กล่าวว่า ตอนแรกเห็นผู้ประสบเหตุคว่ำหน้าในน้ำ ท่าทีไม่ดี จึงรีบเข้าไปช่วย แต่เกือบหมดแรงเช่นกัน เชื่อว่าหากวันนั้นไม่มีเรือผ่านมาพอดี อาจเกิดเหตุสลดขึ้นได้

ทั้งนี้ นายพลวัตรฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่า การลงไปงมหรือเก็บสิ่งของในน้ำควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ไม่ควรลงน้ำเพียงลำพัง และผู้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่นต้องประเมินกำลังของตนเอง เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายซ้ำซ้อน

ภาพ/ข่าว : ฉัตรมงคล สิงห์โต
ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี

ใหม่กว่า เก่ากว่า