นนทบุรีประชุมถอดบทเรียนน้ำท่วมปี 68 ท้องถิ่นเสนอสร้างประตูควบคุมน้ำคลองบางกอกน้อย ชี้แก้ปัญหายั่งยืน พร้อมขอถือกุญแจเครื่องสูบน้ำร่วม

 


นนทบุรีประชุมถอดบทเรียนน้ำท่วมปี 68 ท้องถิ่นเสนอสร้างประตูควบคุมน้ำคลองบางกอกน้อย ชี้แก้ปัญหายั่งยืน พร้อมขอถือกุญแจเครื่องสูบน้ำร่วม

นนทบุรี – จังหวัดนนทบุรีประชุมถอดบทเรียนสถานการณ์อุทกภัยปี 2568 หลังเกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังถนนหลายจุดในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอเร่งสร้างประตูควบคุมน้ำคลองบางกอกน้อย เชื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืน พร้อมเสนอให้ท้องถิ่นถือกุญแจเครื่องสูบน้ำร่วม เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที



เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนนทบุรี เพื่อถอดบทเรียนและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยจากน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังถนนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีฝั่งตะวันตก โดยมีนายกร พันธุเสน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้จัดการประชุม

การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากแขวงทางหลวงนนทบุรี แขวงทางหลวงชนบท โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ชลประทานจังหวัดนนทบุรี หัวหน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโครงการพระยาบันลือ โครงการพิมลราช ผู้แทนนายอำเภอ และนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันถอดบทเรียนปัญหาน้ำท่วมถนนและพื้นที่ริมคลองต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2568



ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงรายละเอียดพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วม จุดสาเหตุ และปัญหาอุปสรรค โดยเฉพาะบริเวณจุดกลับรถใต้สะพาน ถนนสายหลัก รวมถึงพื้นที่ริมคลองบางกอกน้อย คลองอ้อมนนท์ และคลองซอยต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่รับผิดชอบของหลายหน่วยงาน ทำให้การแก้ไขปัญหาขาดการบูรณาการ ผู้ว่าฯ จึงกำชับให้หน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสานงานและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ด้านผู้แทนชลประทานจังหวัดนนทบุรี ชี้แจงว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งตะวันตกส่วนใหญ่เกิดจากการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปริมาณมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับการผันน้ำจากโครงการพระยาบันลือเข้าสู่คลองซอยแนวตั้งต่างๆ ไหลลงสู่โครงการพิมลราช ส่งผลให้การระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนไม่ทัน แนวทางแก้ไขระยะยาวคือการเพิ่มเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำทั้งสองสาย รวมถึงแผนการก่อสร้างประตูควบคุมน้ำคลองบางกอกน้อย บริเวณพื้นที่เทศบาลเมืองบางกรวย ซึ่งคาดว่าจะได้รับงบประมาณในปี 2570 ใช้งบก่อสร้างประมาณ 1,000 ล้านบาท



ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ อัจฉริยะประสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองปลายบาง อำเภอบางกรวย ในฐานะตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอให้เร่งก่อสร้างประตูควบคุมน้ำคลองบางกอกน้อย โดยระบุว่าหากดำเนินการได้จะสามารถควบคุมน้ำที่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนริมคลองและถนนในพื้นที่อำเภอบางกรวย บางใหญ่ บางบัวทอง และบางส่วนของอำเภอเมืองนนทบุรีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างแนวเขื่อนป้องกันน้ำตลอดแนวคลอง พร้อมเสนอว่าหากหน่วยงานทางหลวงมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ขอให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าช่วยเหลือทันที

ด้านนายพิทักษ์ อยู่สุข นายกเทศมนตรีเมืองบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง เสนอให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมบริเวณใต้สะพานและจุดกลับรถต่างๆ รวมทั้งเสนอให้ท้องถิ่นถือกุญแจเครื่องสูบน้ำร่วมกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดน้ำท่วมขัง โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากหน่วยงานทางหลวง



ทั้งนี้ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้รับฟังข้อเสนอทั้งหมด และกำชับให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจัดประชุมกลุ่มย่อยร่วมกับนายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อเร่งสรุปแนวทางแก้ไขปัญหา ก่อนนำกลับมาประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อจัดทำแผนและโครงการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอุทกภัยในจังหวัดนนทบุรีอย่างยั่งยืนต่อไป

ใหม่กว่า เก่ากว่า